คำนวณผ่อนรถ
ใส่ราคารถ เงินดาวน์ และดอกเบี้ยคงที่ ดูค่างวดต่อเดือน ยอดผ่อนรวม และดอกเบี้ยที่แท้จริง ที่มักสูงกว่าตัวเลขที่โฆษณาเกือบเท่าตัว
อัตราดอกเบี้ยคงที่ที่ดีลเลอร์หรือไฟแนนซ์เสนอ (ใส่ตามที่ได้รับจริง)
ระยะเวลาผ่อน
ค่างวดต่อเดือน (60 งวด)
฿12,267
ยอดจัดไฟแนนซ์ ฿640,000
เงินดาวน์
฿160,000
ดอกเบี้ยรวม
฿96,000
ยอดผ่อนรวม
฿736,000
รวมทั้งหมด (ดาวน์+ผ่อน)
฿896,000
ดอกเบี้ยคงที่ vs ดอกเบี้ยที่แท้จริง
ดอกเบี้ยคงที่
3.00%
ที่โฆษณา
ที่แท้จริง (EIR)
5.64%
ลดต้นลดดอก
ดอกเบี้ยที่แท้จริงสูงกว่าที่โฆษณาราว 1.88 เท่า เพราะดอกเบี้ยคงที่คิดจากเงินต้นเต็มจำนวนตลอดสัญญา แม้คุณจะผ่อนต้นไปแล้วก็ตาม
เกณฑ์ที่ใช้คำนวณ
- ค่างวด = (เงินต้น + ดอกเบี้ยคงที่รวม) ÷ จำนวนงวด
- ดอกเบี้ยคงที่รวม = เงินต้น × อัตราต่อปี × จำนวนปี (คิดจากเงินต้นเต็มตลอดสัญญา)
- ดอกเบี้ยที่แท้จริง (EIR) คำนวณแบบลดต้นลดดอก โดยหาค่าอัตราต่อเดือนที่ทำให้ มูลค่าปัจจุบันของค่างวดทั้งหมดเท่ากับเงินต้น แล้วแปลงเป็นต่อปี
- อัตราดอกเบี้ยคงที่และเงินดาวน์เป็นค่าที่ผู้ใช้กรอกเอง
- ยังไม่รวมค่าใช้จ่ายอื่นของการเช่าซื้อ เช่น ค่าประกันภัยรถยนต์ พ.ร.บ. ค่าจดทะเบียน ค่าธรรมเนียม และภาษีมูลค่าเพิ่มของดอกเบี้ย
ตัวเลขเป็นการประมาณการเบื้องต้นเพื่อเปรียบเทียบ ผลอนุมัติและเงื่อนไขจริงขึ้นอยู่กับ สถาบันการเงินแต่ละแห่ง ไม่ถือเป็นคำแนะนำทางการเงิน
ดอกเบี้ยคงที่ทำงานอย่างไร
สินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์ในไทยเกือบทั้งหมดคิดดอกเบี้ยแบบ คงที่ (Flat Rate) หมายความว่าดอกเบี้ย ถูกคิดจากเงินต้นเต็มจำนวนตั้งแต่วันแรกจนวันสุดท้ายของสัญญา ไม่ว่าคุณจะผ่อนเงินต้น ไปแล้วเท่าไรก็ตาม สูตรคำนวณคือ ดอกเบี้ยรวม = เงินต้น × อัตราต่อปี × จำนวนปี จากนั้นนำเงินต้นบวกดอกเบี้ยรวมมาหารด้วยจำนวนงวด ก็จะได้ค่างวดที่เท่ากันทุกเดือน
ต่างจาก ลดต้นลดดอก (Effective Rate) ที่ใช้กับสินเชื่อบ้าน ซึ่งคิดดอกเบี้ยจากเงินต้นคงเหลือจริงในแต่ละงวด ยิ่งผ่อนไป เงินต้นยิ่งลด ดอกเบี้ยก็ยิ่งน้อยลงตามไปด้วย
ตัวอย่างการคำนวณค่างวด
สมมติรถราคา 800,000 บาท วางเงินดาวน์ 20% (160,000 บาท) ดอกเบี้ยคงที่ 3% ต่อปี ผ่อน 60 งวด (5 ปี):
- ยอดจัดไฟแนนซ์ (เงินต้น) = 800,000 − 160,000 = 640,000 บาท
- ดอกเบี้ยคงที่รวม = 640,000 × 3% × 5 ปี = 96,000 บาท
- ยอดผ่อนรวม = 640,000 + 96,000 = 736,000 บาท
- ค่างวดต่อเดือน = 736,000 ÷ 60 = ประมาณ 12,267 บาท
เมื่อรวมเงินดาวน์แล้ว รถคันนี้มีต้นทุนรวมประมาณ 896,000 บาท และเมื่อแปลงดอกเบี้ยคงที่ 3% กลับเป็นอัตราที่แท้จริงแบบลดต้นลดดอก จะได้ราว 5.64% ต่อปี หรือเกือบสองเท่าของ ตัวเลขที่โฆษณา
ทำไมดอกเบี้ยที่แท้จริงจึงสูงเกือบเท่าตัว
หัวใจอยู่ที่ฐานการคิดดอกเบี้ย แม้เดือนแรก ๆ คุณจะยังเป็นหนี้เกือบเต็มจำนวน แต่พอผ่อน ไปครึ่งทาง เงินต้นคงเหลือจริงก็ลดลงไปมากแล้ว ทว่าดอกเบี้ยคงที่ยังคิดจากเงินต้นก้อนเต็ม เท่าเดิม เท่ากับคุณจ่ายดอกเบี้ยบนเงินที่คืนไปแล้ว เมื่อคำนวณกลับเป็นอัตราแบบลดต้นลดดอก (EIR) ด้วยวิธีหาอัตราผลตอบแทนภายใน (IRR) ตัวเลขจึงพุ่งขึ้นไปราว 1.8–1.9 เท่าของอัตราคงที่
นี่คือเหตุผลที่การดูเพียงตัวเลขดอกเบี้ยคงที่ที่โฆษณาอาจทำให้ประเมินต้นทุนต่ำเกินจริง กล่องเปรียบเทียบ “ดอกเบี้ยคงที่ vs ที่แท้จริง” ด้านบนช่วยให้เห็นส่วนต่างนี้ได้ทันที
อะไรมีผลต่อค่างวดและการอนุมัติ
- เงินดาวน์: ดาวน์มากขึ้นทำให้เงินต้นน้อยลง ค่างวดและดอกเบี้ยรวมลดลง และมักช่วยให้อนุมัติง่ายขึ้น โดยทั่วไปนิยมดาวน์ 15–25%
- ระยะเวลาผ่อน: ผ่อนนานขึ้นค่างวดเบาลง แต่ดอกเบี้ยรวมทั้งสัญญาสูงขึ้น เพราะดอกเบี้ยคงที่คิดตามจำนวนปี
- รายได้และภาระหนี้: สถาบันการเงินจะดู ความสามารถในการผ่อนเทียบกับรายได้และหนี้สินที่มีอยู่ รวมถึงประวัติเครดิต
ข้อควรรู้เรื่องสัญญาเช่าซื้อ
เครื่องคิดเลขนี้คำนวณเฉพาะเงินต้นและดอกเบี้ยเช่าซื้อเพื่อให้เปรียบเทียบได้ง่าย แต่ใน สัญญาจริงยังมีค่าใช้จ่ายอื่นที่อาจถูกบวกเพิ่ม เช่น ค่าประกันภัยรถยนต์ชั้นต่าง ๆ พ.ร.บ. ค่าจดทะเบียน ค่าธรรมเนียม และภาษีมูลค่าเพิ่มของดอกเบี้ย ก่อนตัดสินใจควรขอตารางผ่อน อย่างละเอียดจากไฟแนนซ์ และอ่านเงื่อนไขการชำระก่อนกำหนดหรือค่าปรับต่าง ๆ ให้ครบถ้วน
คำถามที่พบบ่อย
ดอกเบี้ยคงที่ (Flat Rate) คิดอย่างไร
ดอกเบี้ยคงที่คิดจากเงินต้นเต็มจำนวนตลอดอายุสัญญา ไม่ลดตามเงินต้นที่ผ่อนไป สูตรคือ ดอกเบี้ยรวม = เงินต้น × อัตราต่อปี × จำนวนปี แล้วนำเงินต้นบวกดอกเบี้ยรวมหารด้วยจำนวนงวด จะได้ค่างวดที่เท่ากันทุกเดือน
ทำไมดอกเบี้ยที่แท้จริงถึงสูงเกือบเท่าตัวของดอกเบี้ยคงที่
เพราะแม้คุณจะทยอยผ่อนเงินต้นลดลงทุกเดือน แต่ดอกเบี้ยคงที่ยังคิดจากเงินต้นก้อนเต็มเสมอ เมื่อแปลงกลับเป็นอัตราแบบลดต้นลดดอก (EIR) จึงออกมาราว 1.8–1.9 เท่าของอัตราคงที่ที่โฆษณา
ดอกเบี้ยคงที่กับลดต้นลดดอกต่างกันอย่างไร
ลดต้นลดดอกคิดดอกเบี้ยจากเงินต้นคงเหลือจริงในแต่ละงวด ยิ่งผ่อนไปดอกเบี้ยยิ่งลด ส่วนดอกเบี้ยคงที่คิดจากเงินต้นเต็มตลอดสัญญา สินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์ในไทยส่วนใหญ่ใช้แบบคงที่ การดู EIR จึงช่วยให้เปรียบเทียบต้นทุนที่แท้จริงได้
เงินดาวน์มากขึ้นช่วยอะไร
เงินดาวน์มากขึ้นทำให้ยอดจัดไฟแนนซ์ (เงินต้น) น้อยลง ค่างวดและดอกเบี้ยรวมจึงลดลง อีกทั้งช่วยเพิ่มโอกาสอนุมัติและอาจได้อัตราดอกเบี้ยที่ดีขึ้น โดยทั่วไปนิยมดาวน์ราว 15–25% ของราคารถ
ผ่อนนานขึ้น (เช่น 84 งวด) ดีไหม
การผ่อนนานขึ้นทำให้ค่างวดต่อเดือนเบาลง แต่ดอกเบี้ยคงที่คิดตามจำนวนปี ยิ่งผ่อนนานดอกเบี้ยรวมยิ่งมากขึ้น ต้นทุนรวมทั้งสัญญาจึงสูงกว่า ควรเลือกให้สมดุลกับความสามารถในการผ่อน
ค่างวดที่คำนวณได้รวมค่าประกันและค่าใช้จ่ายอื่นหรือยัง
ยังไม่รวม ตัวเลขนี้คิดเฉพาะเงินต้นและดอกเบี้ยเช่าซื้อ ยังไม่รวมค่าประกันภัยรถยนต์ พ.ร.บ. ค่าจดทะเบียน ค่าธรรมเนียม และภาษีมูลค่าเพิ่มของดอกเบี้ย ซึ่งอาจถูกบวกเพิ่มในสัญญาจริง