คำนวณเงินเดือนสุทธิ 2569
ใส่เงินเดือนแล้วดูทันทีว่าหลังหักประกันสังคมและภาษีแล้ว เหลือรับจริงเท่าไรต่อเดือน พร้อมบันไดภาษีและวิธีคิดทุกขั้นตอน
เงินเดือนสุทธิ (ต่อเดือน)
฿28,960
สุทธิต่อปี
฿347,525
อัตราภาษีที่แท้จริง
0.55%
ที่มาของเงินเดือนสุทธิต่อเดือน
บันไดภาษี (ต่อปี)
เงินได้สุทธิ ฿189,500
- 0–150,0000%
- 150,000–300,000ขั้นสูงสุดของคุณ5%
- 300,000–500,00010%
- 500,000–750,00015%
- 750,000–1,000,00020%
- 1,000,000–2,000,00025%
- 2,000,000–5,000,00030%
- 5,000,000+35%
เกณฑ์ที่ใช้คำนวณ
- ประกันสังคม 5% ของค่าจ้าง เพดานฐานคำนวณ ฿17,500/เดือน (สูงสุด ฿875/เดือน) — มีผลตั้งแต่ 1 ม.ค. 2569
- หักค่าใช้จ่ายส่วนตัว 50% ของเงินได้ สูงสุด ฿100,000
- ค่าลดหย่อนส่วนตัว ฿60,000, คู่สมรสไม่มีเงินได้ ฿60,000, บุตร ฿30,000/คน
- เงินสมทบประกันสังคมที่จ่ายจริง นำมาลดหย่อนภาษีได้ทั้งจำนวน
- ภาษีคำนวณแบบขั้นบันไดตามอัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ปีภาษี 2569
- โบนัสคิดภาษีเพิ่มจากอัตราขั้นบนสุดที่เงินเดือนไปถึง และไม่มีการหักประกันสังคม
ตัวเลขเป็นการประมาณการเบื้องต้น ไม่รวมค่าลดหย่อนเฉพาะรายและกรณีพิเศษทั้งหมด ผลจริงขึ้นอยู่กับเอกสารและการยื่นภาษีของแต่ละคน ไม่ถือเป็นคำแนะนำทางการเงินหรือภาษี
วิธีคำนวณเงินเดือนสุทธิ ทีละขั้น
หลายคนสงสัยว่าทำไมเงินเดือนที่ตกลงกับบริษัท กับเงินที่โอนเข้าบัญชีจริงถึงไม่เท่ากัน คำตอบคือระหว่างทางมีสองรายการหลักที่ถูกหักออกไป ได้แก่ เงินสมทบประกันสังคม และภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา การเข้าใจวิธีคิดทั้งสองส่วนจะช่วยให้วางแผนการเงินได้แม่นยำขึ้น
ลองดูตัวอย่างพนักงานเงินเดือน 30,000 บาท ที่ยังไม่มีค่าลดหย่อนพิเศษ:
- ประกันสังคม: หัก 5% ของเงินเดือน แต่คิดจากฐานสูงสุด 17,500 บาท จึงหัก 875 บาท/เดือน หรือ 10,500 บาท/ปี
- หักค่าใช้จ่าย: เงินได้ทั้งปี 360,000 บาท หักค่าใช้จ่ายได้ 50% แต่ไม่เกิน 100,000 บาท จึงหักได้ 100,000 บาท
- หักค่าลดหย่อน: ส่วนตัว 60,000 บาท บวกเงินสมทบประกันสังคมที่จ่ายจริงอีก 10,500 บาท
- เงินได้สุทธิ: 360,000 − 100,000 − 60,000 − 10,500 = 189,500 บาท
- คิดภาษีแบบขั้นบันได: 150,000 บาทแรกยกเว้น ส่วนที่เหลือ 39,500 บาท เสียภาษี 5% เป็นเงิน 1,975 บาท/ปี
สรุปแล้วพนักงานคนนี้เสียภาษีเพียงประมาณ 1,975 บาททั้งปี และเมื่อรวมประกันสังคม จะเหลือเงินเดือนสุทธิราว 28,960 บาท/เดือน คิดเป็นอัตราภาษีที่แท้จริงเพียง 0.55% ของเงินได้ทั้งปีเท่านั้น
เพดานประกันสังคมใหม่ปี 2569 ที่ทุกคนควรรู้
จุดเปลี่ยนสำคัญของปี 2569 คือการปรับเพดานฐานค่าจ้างที่ใช้คำนวณเงินสมทบประกันสังคม จากเดิมที่ตรึงไว้ที่ 15,000 บาทมานาน ปรับขึ้นเป็น 17,500 บาท/เดือน มีผลตั้งแต่ 1 มกราคม 2569 ทำให้ผู้ที่มีเงินเดือนตั้งแต่ 17,500 บาทขึ้นไป จ่ายสมทบสูงสุดเพิ่มจาก 750 บาท เป็น 875 บาท/เดือน
การปรับครั้งนี้เป็นแบบทยอยขึ้นเป็นช่วง ๆ โดยตามแผนที่ประกาศไว้เพดานจะขยับต่อไปอีก ได้แก่ 20,000 บาท (สมทบสูงสุด 1,000 บาท) ในปี 2572 และ 23,000 บาท (สมทบสูงสุด 1,150 บาท) ในปี 2575 แม้เงินสมทบต่อเดือนจะเพิ่มขึ้นเล็กน้อย แต่ก็หมายถึงสิทธิประโยชน์ เช่น เงินบำนาญชราภาพในอนาคตที่คำนวณจากฐานที่สูงขึ้นด้วย
ค่าลดหย่อนคืออะไร มีอะไรบ้าง
ค่าลดหย่อนคือรายการที่กฎหมายให้นำมาหักออกจากเงินได้ก่อนคำนวณภาษี ยิ่งมีค่าลดหย่อนมาก เงินได้สุทธิที่ต้องเสียภาษีก็ยิ่งน้อยลง กลุ่มที่พบบ่อยแบ่งได้คร่าว ๆ ดังนี้
- กลุ่มส่วนตัวและครอบครัว: ค่าลดหย่อนส่วนตัว 60,000 บาท คู่สมรสที่ไม่มีเงินได้ 60,000 บาท บุตรคนละ 30,000 บาท และค่าเลี้ยงดูบิดามารดา
- กลุ่มการออมและลงทุน: เงินสมทบประกันสังคม กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ กองทุน RMF และ SSF ตามเงื่อนไขและเพดานที่กำหนด
- กลุ่มประกันและที่อยู่อาศัย: เบี้ยประกันชีวิต ประกันสุขภาพ และดอกเบี้ยเงินกู้ยืมเพื่อซื้อที่อยู่อาศัย
ในเครื่องคิดเลขนี้ คุณสามารถกรอกค่าลดหย่อนกลุ่มการออม ประกัน และอื่น ๆ รวมกัน ในช่อง “ค่าลดหย่อนอื่น ๆ ต่อปี” เพื่อดูผลต่อภาษีได้ทันที
ทำไม “ฐาน 20%” ไม่ได้แปลว่าโดนหัก 20% ทั้งก้อน
ความเข้าใจผิดที่พบบ่อยที่สุดคือ เมื่อรู้ว่าเงินได้ของตัวเองไปแตะขั้นภาษี 20% แล้วคิดว่า ต้องเสียภาษี 20% ของเงินได้ทั้งหมด ความจริงคือระบบภาษีไทยเป็นแบบ ขั้นบันได เงินได้แต่ละช่วงเสียภาษี ตามอัตราของช่วงนั้นเท่านั้น
เงินได้สุทธิ 150,000 บาทแรกได้รับยกเว้นภาษี ช่วง 150,001–300,000 บาทเสีย 5% ช่วงถัดไป 10% 15% 20% ไล่ขึ้นไปเรื่อย ๆ ดังนั้นแม้เงินได้บางส่วนจะแตะขั้น 20% ก็มีเพียงเฉพาะส่วนที่เกินเข้ามาในขั้นนั้นที่เสีย 20% ไม่ใช่ทั้งก้อน อัตราภาษีที่แท้จริง (effective rate) ที่คุณจ่ายจริงเมื่อเทียบกับเงินได้ทั้งหมด จึงมักต่ำกว่าตัวเลขขั้นสูงสุด อยู่มาก บันไดภาษีในเครื่องคิดเลขด้านบนจะไฮไลต์ “ขั้นสูงสุดของคุณ” ให้เห็นชัดว่า เงินได้ของคุณไปหยุดอยู่ที่ขั้นใด
คำถามที่พบบ่อย
เงินเดือนสุทธิคำนวณอย่างไร
เงินเดือนสุทธิคือเงินเดือนตั้งต้น หักเงินสมทบประกันสังคม (5% สูงสุด 875 บาท/เดือน) และภาษีเงินได้ที่ถูกหัก ณ ที่จ่ายในแต่ละเดือน ส่วนภาษีจะคำนวณจากเงินได้ทั้งปีหลังหักค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อน แล้วเฉลี่ยเป็นรายเดือน
เพดานประกันสังคมปี 2569 เปลี่ยนไปเท่าไร
ตั้งแต่ 1 มกราคม 2569 ฐานค่าจ้างสูงสุดสำหรับคำนวณประกันสังคมปรับเป็น 17,500 บาท/เดือน ทำให้จ่ายสมทบสูงสุด 875 บาท/เดือน (เดิม 750 บาท) และจะทยอยปรับขึ้นอีกในปีถัดไปตามแผนที่ประกาศไว้
ฐานภาษี 20% แปลว่าต้องเสียภาษี 20% ของเงินเดือนทั้งหมดไหม
ไม่ใช่ ระบบภาษีไทยเป็นแบบขั้นบันได เงินได้แต่ละช่วงเสียภาษีตามอัตราของช่วงนั้น เงินได้ 150,000 บาทแรกได้รับยกเว้น เมื่อเงินได้บางส่วนแตะขั้น 20% เฉพาะส่วนที่เกินเข้ามาในขั้นนั้นเท่านั้นที่เสีย 20% อัตราภาษีที่แท้จริงจึงต่ำกว่าตัวเลขขั้นสูงสุดมาก
ค่าลดหย่อนมีอะไรบ้าง
ที่ใช้บ่อยได้แก่ ค่าลดหย่อนส่วนตัว 60,000 บาท คู่สมรสไม่มีเงินได้ 60,000 บาท บุตรคนละ 30,000 บาท เงินสมทบประกันสังคมตามที่จ่ายจริง และค่าลดหย่อนกลุ่มการออม/ประกัน เช่น ประกันชีวิต RMF SSF กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ รวมถึงดอกเบี้ยเงินกู้ซื้อบ้าน
โบนัสต้องเสียภาษีและหักประกันสังคมไหม
โบนัสถือเป็นเงินได้และต้องนำไปรวมคำนวณภาษีทั้งปี โดยจะถูกคิดภาษีเพิ่มจากอัตราขั้นบนสุดที่เงินเดือนของคุณไปถึง ส่วนประกันสังคมนั้นคิดจากค่าจ้างรายเดือนซึ่งมีเพดานอยู่แล้ว โบนัสจึงไม่ถูกหักประกันสังคมเพิ่ม
ตัวเลขจากเครื่องคิดเลขนี้ใช้ยื่นภาษีได้เลยไหม
ใช้เป็นการประมาณการเพื่อวางแผนได้ดี แต่ยังไม่รวมค่าลดหย่อนเฉพาะรายและกรณีพิเศษทุกกรณี ตัวเลขที่ใช้ยื่นจริงควรอ้างอิงเอกสารรายได้ หนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย (50 ทวิ) และเงื่อนไขของแต่ละคน