คำนวณสินเชื่อบ้าน
ใส่ราคาบ้าน เงินดาวน์ ดอกเบี้ย และระยะเวลากู้ ดูค่างวดต่อเดือนแบบลดต้นลดดอก ดอกเบี้ยรวมตลอดสัญญา และลองใส่ยอดโปะเพื่อดูว่าผ่อนหมดเร็วขึ้นแค่ไหน
ตัวอย่างเท่านั้น ไม่ใช่อัตราจริงของธนาคารใด ปรับตามข้อเสนอที่คุณได้รับ
ระยะเวลากู้
จ่ายเพิ่มจากค่างวดปกติทุกเดือนเพื่อลดเงินต้นให้เร็วขึ้น
ค่างวดต่อเดือน
฿17,066
ยอดกู้
฿2,700,000
ดอกเบี้ยรวมตลอดสัญญา
฿3,443,701
จ่ายรวมทั้งหมด
฿6,143,701
ผ่อนหมดใน
30 ปี
ตารางผ่อน (สรุปรายปี)
| ปีที่ | จ่ายรวม | ดอกเบี้ย | เงินต้น | คงเหลือ |
|---|---|---|---|---|
| 1 | 204,790 | 174,611 | 30,179 | 2,669,821 |
| 2 | 204,790 | 172,590 | 32,200 | 2,637,622 |
| 3 | 204,790 | 170,434 | 34,356 | 2,603,266 |
| 4 | 204,790 | 168,133 | 36,657 | 2,566,608 |
| 5 | 204,790 | 165,678 | 39,112 | 2,527,496 |
| 6 | 204,790 | 163,059 | 41,731 | 2,485,765 |
| 7 | 204,790 | 160,264 | 44,526 | 2,441,239 |
| 8 | 204,790 | 157,282 | 47,508 | 2,393,730 |
| 9 | 204,790 | 154,100 | 50,690 | 2,343,040 |
| 10 | 204,790 | 150,705 | 54,085 | 2,288,955 |
| 11 | 204,790 | 147,083 | 57,707 | 2,231,248 |
| 12 | 204,790 | 143,218 | 61,572 | 2,169,677 |
| 13 | 204,790 | 139,095 | 65,695 | 2,103,981 |
| 14 | 204,790 | 134,695 | 70,095 | 2,033,886 |
| 15 | 204,790 | 130,001 | 74,789 | 1,959,097 |
| 16 | 204,790 | 124,992 | 79,798 | 1,879,299 |
| 17 | 204,790 | 119,648 | 85,142 | 1,794,156 |
| 18 | 204,790 | 113,945 | 90,845 | 1,703,311 |
| 19 | 204,790 | 107,861 | 96,929 | 1,606,383 |
| 20 | 204,790 | 101,370 | 103,420 | 1,502,963 |
| 21 | 204,790 | 94,444 | 110,346 | 1,392,616 |
| 22 | 204,790 | 87,054 | 117,736 | 1,274,880 |
| 23 | 204,790 | 79,169 | 125,622 | 1,149,258 |
| 24 | 204,790 | 70,755 | 134,035 | 1,015,224 |
| 25 | 204,790 | 61,779 | 143,011 | 872,212 |
| 26 | 204,790 | 52,201 | 152,589 | 719,623 |
| 27 | 204,790 | 41,982 | 162,808 | 556,815 |
| 28 | 204,790 | 31,078 | 173,712 | 383,104 |
| 29 | 204,790 | 19,445 | 185,345 | 197,758 |
| 30 | 204,790 | 7,032 | 197,758 | 0 |
หน่วยเป็นบาท · แสดงถึงปีที่ผ่อนหมด
เกณฑ์ที่ใช้คำนวณ
- คำนวณแบบลดต้นลดดอก อัตราดอกเบี้ยคงที่ 6.50% ตลอดอายุสัญญา
- ในความเป็นจริงสินเชื่อบ้านไทยส่วนใหญ่เป็นอัตราลอยตัวอิง MRR หลังพ้นช่วงโปรโมชัน อัตราจริงจึงเปลี่ยนได้ตามประกาศของธนาคาร
- ค่างวด = เงินต้น × r ÷ (1 − (1+r)^−n) โดย r คืออัตราต่อเดือน และ n คือจำนวนงวด
- การโปะคำนวณโดยไล่ตารางผ่อนจริงทีละเดือน งวดสุดท้ายจึงเป็นยอดพอดี
- ยังไม่รวมค่าใช้จ่ายอื่น เช่น ค่าธรรมเนียม ค่าประเมิน ประกันชีวิตคุ้มครองสินเชื่อ (MRTA) และค่าโอนกรรมสิทธิ์
ตัวเลขเป็นการประมาณการเบื้องต้นเพื่อวางแผน ไม่ใช่ข้อเสนอสินเชื่อ และไม่ถือเป็น คำแนะนำทางการเงิน
สินเชื่อบ้านแบบลดต้นลดดอกทำงานอย่างไร
สินเชื่อบ้านคิดดอกเบี้ยแบบ ลดต้นลดดอก (Reducing Balance) หมายความว่าในแต่ละเดือน ธนาคารคิดดอกเบี้ยจากเงินต้นคงเหลือจริง ณ ขณะนั้น ค่างวดที่คุณจ่ายจึงถูกแบ่งเป็นสองส่วน คือส่วนที่เป็นดอกเบี้ยของเดือนนั้น และส่วนที่เหลือนำไปตัดเงินต้น พอเงินต้นลดลง ดอกเบี้ยเดือนถัดไปก็ลดลงตาม ทำให้สัดส่วนที่ไปตัดเงินต้นค่อย ๆ เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ จนผ่อนหมด
ลองดูตัวอย่างตามค่าเริ่มต้นของเครื่องคิดเลข บ้านราคา 3,000,000 บาท วางเงินดาวน์ 10% (300,000 บาท) จึงกู้ 2,700,000 บาท ที่อัตราตัวอย่าง 6.50% ต่อปี ผ่อน 30 ปี ค่างวดจะอยู่ที่ประมาณ 17,066 บาท/เดือน เมื่อผ่อนครบ 30 ปี จะจ่ายดอกเบี้ยรวมราว 3,440,000 บาท และจ่ายรวมทั้งหมดราว 6,140,000 บาท จะเห็นว่าดอกเบี้ยตลอดสัญญาสูงกว่าตัวบ้านเสียอีก นี่คือเหตุผลที่ระยะเวลากู้และอัตราดอกเบี้ยส่งผลต่อต้นทุนรวมอย่างมาก
ทำไมช่วงแรกจึงจ่ายดอกเบี้ยเป็นส่วนใหญ่
เพราะดอกเบี้ยคิดจากเงินต้น ในปีแรก ๆ เงินต้นยังเกือบเต็มจำนวน ดอกเบี้ยจึงสูง ค่างวดส่วนใหญ่ในช่วงต้นจึงถูกหักเป็นดอกเบี้ยก่อน เหลือไปตัดเงินต้นเพียงเล็กน้อย กว่าที่สัดส่วนเงินต้นจะแซงดอกเบี้ยก็มักใช้เวลาหลายปี ตารางผ่อนรายปีในเครื่องคิดเลข ด้านบนช่วยให้เห็นภาพนี้ชัดเจน ว่าปีไหนจ่ายดอกเบี้ยเท่าไรและเงินต้นลดลงแค่ไหน
พลังของการโปะ (จ่ายเพิ่มต่อเดือน)
เนื่องจากทุกบาทที่โปะจะไปตัดเงินต้นทั้งก้อน มันจึงช่วยลดดอกเบี้ยของเดือนถัด ๆ ไป แบบต่อเนื่อง ผลลัพธ์จึงมากกว่าที่คิด จากตัวอย่างเดิม ถ้าโปะเพิ่มเดือนละ 5,000 บาท จากค่างวดปกติ จะผ่อนหมดในราว 16 ปี 10 เดือน แทนที่จะเป็น 30 ปี และประหยัดดอกเบี้ยได้ราว 1,700,000 บาท นั่นคือการจ่ายเพิ่มไม่มาก ต่อเดือน แต่ย่นเวลาได้กว่า 13 ปี ยิ่งเริ่มโปะเร็วเท่าไร ผลยิ่งชัดเพราะได้ตัดดอกเบี้ย ก้อนใหญ่ในช่วงต้นออกไป
ความจริงเรื่องดอกเบี้ยลอยตัวและการรีไฟแนนซ์
เครื่องคิดเลขนี้ใช้อัตราดอกเบี้ยคงที่ตลอดสัญญาเพื่อให้เปรียบเทียบง่าย แต่ในความเป็นจริง สินเชื่อบ้านไทยส่วนใหญ่เป็น อัตราลอยตัว ที่อ้างอิงอัตราอ้างอิงของธนาคาร (เช่นกลุ่ม MRR) โดยทั่วไปมักมีอัตราพิเศษในช่วงแรก ของสัญญา เมื่อพ้นช่วงนั้นอัตราจะขยับขึ้นตามประกาศของธนาคาร ค่างวดจริงจึงอาจเปลี่ยนไป ตามภาวะดอกเบี้ยในแต่ละช่วง
ด้วยเหตุนี้ผู้กู้จำนวนมากจึงพิจารณา รีไฟแนนซ์ หรือขอปรับลดอัตรากับธนาคารเดิม เมื่อผ่อนไปได้ระยะหนึ่ง เพื่อกลับไปได้อัตราที่ต่ำลงอีกครั้ง ทั้งนี้ควรชั่งน้ำหนักกับ ค่าใช้จ่ายในการดำเนินการและเงื่อนไขของสัญญาเดิมด้วย (รายละเอียดอัตราและช่วงเวลาแตกต่างกันไปตามธนาคารและช่วงเวลา ควรตรวจสอบกับสถาบันการเงินโดยตรง)
อะไรมีผลต่อการอนุมัติ
แม้เงื่อนไขจะต่างกันไปในแต่ละธนาคาร แต่โดยหลักการมีสองแนวคิดที่มักถูกพิจารณา ได้แก่
- ความสามารถในการผ่อนเทียบกับรายได้ (DSR): ธนาคารดูว่าภาระผ่อนหนี้ทั้งหมดต่อเดือนคิดเป็นสัดส่วนเท่าไรของรายได้ ยิ่งมีหนี้อื่นมาก วงเงินที่กู้บ้านได้ก็ยิ่งลดลง
- สัดส่วนวงเงินกู้ต่อมูลค่าหลักประกัน (LTV): คือกู้ได้คิดเป็นสัดส่วนเท่าไรของราคาบ้าน ซึ่งมักสัมพันธ์กับว่าเป็นบ้านหลังแรกหรือหลังถัดไป การมีเงินดาวน์มากขึ้นช่วยลดความเสี่ยงในสายตาธนาคาร
(สัดส่วนตัวเลขที่แน่นอนของ DSR และ LTV เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่อาจเปลี่ยนแปลงได้ จึงไม่ระบุตัวเลขตายตัวไว้ที่นี่ ควรสอบถามธนาคารสำหรับกรณีของคุณ)
คำถามที่พบบ่อย
สินเชื่อบ้านคิดดอกเบี้ยแบบไหน
สินเชื่อบ้านคิดดอกเบี้ยแบบลดต้นลดดอก คือคิดดอกเบี้ยจากเงินต้นคงเหลือจริงในแต่ละเดือน เมื่อผ่อนไปเงินต้นลดลง ดอกเบี้ยก็ลดลงตาม ต่างจากสินเชื่อรถที่คิดแบบดอกเบี้ยคงที่จากเงินต้นเต็มจำนวน
ทำไมช่วงปีแรก ๆ ค่างวดเกือบทั้งหมดเป็นดอกเบี้ย
เพราะช่วงแรกเงินต้นยังสูง ดอกเบี้ยที่คิดจากเงินต้นจึงมาก ค่างวดส่วนใหญ่จึงถูกหักเป็นดอกเบี้ยก่อน เหลือไปตัดเงินต้นน้อย เมื่อเวลาผ่านไปเงินต้นค่อย ๆ ลด สัดส่วนที่ไปตัดเงินต้นจึงเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ
โปะเดือนละไม่กี่พันช่วยได้จริงไหม
ช่วยได้มาก เพราะเงินที่โปะจะไปตัดเงินต้นทั้งก้อน ทำให้ดอกเบี้ยของเดือนถัด ๆ ไปลดลงต่อเนื่อง ยิ่งโปะเร็วยิ่งได้ผล ลองปรับช่องโปะในเครื่องคิดเลขด้านบนเพื่อดูว่าประหยัดดอกเบี้ยและผ่อนหมดเร็วขึ้นเท่าไร
ควรใส่อัตราดอกเบี้ยเท่าไรในการคำนวณ
ค่าเริ่มต้น 6.50% เป็นเพียงตัวอย่างเพื่อการคำนวณ ไม่ใช่อัตราจริงของธนาคารใด อัตราจริงเป็นแบบลอยตัวและต่างกันตามธนาคาร โปรโมชัน และช่วงเวลา ควรใส่อัตราตามเอกสารข้อเสนอที่คุณได้รับ
รีไฟแนนซ์คืออะไร และทำไมหลายคนทำหลังผ่อนไปได้ระยะหนึ่ง
รีไฟแนนซ์คือการย้ายสินเชื่อไปธนาคารใหม่หรือขอปรับสัญญากับธนาคารเดิมเพื่อให้ได้อัตราดอกเบี้ยที่ต่ำลง โดยทั่วไปสัญญามักมีอัตราช่วงโปรโมชันในช่วงปีแรก ๆ เมื่อพ้นช่วงนั้นอัตราจะขยับขึ้น หลายคนจึงพิจารณารีไฟแนนซ์เพื่อลดดอกเบี้ย ควรเทียบกับค่าใช้จ่ายในการดำเนินการด้วย
ค่างวดที่คำนวณรวมค่าประกันและค่าธรรมเนียมแล้วหรือยัง
ยังไม่รวม ตัวเลขนี้คิดเฉพาะเงินต้นและดอกเบี้ยเท่านั้น ยังไม่รวมค่าธรรมเนียม ค่าประเมินหลักประกัน ประกันชีวิตคุ้มครองสินเชื่อ (MRTA) และค่าโอนกรรมสิทธิ์ ซึ่งควรเผื่อไว้ในการวางแผน