BahtCalc

ประกันสังคมหักเท่าไหร่ 2569 — คำนวณเงินสมทบ ม.33

เผยแพร่ 2 กันยายน 2569

คำตอบสั้น ๆ: ประกันสังคมของผู้ประกันตน มาตรา 33 (ลูกจ้างในระบบ) หัก 5% ของค่าจ้าง แต่คิดจากฐานค่าจ้างที่มีเพดานสูงสุด 17,500 บาท ต่อเดือน ดังนั้นในปี 2569 เงินสมทบส่วนของลูกจ้าง จึงสูงสุดที่ 875 บาท ต่อเดือน (10,500 บาท ต่อปี)

ถ้าเงินเดือนต่ำกว่าเพดาน ก็หักตามจริง 5% ของเงินเดือน เช่น เงินเดือน 15,000 บาท หัก 750 บาท แต่พอเงินเดือนถึง 17,500 บาท ขึ้นไป จะหักเท่ากันหมดที่ 875 บาท อยากเห็นเงินเดือนสุทธิหลังหักประกันสังคม และภาษี ลองใช้คำนวณเงินเดือนสุทธิได้เลย

คำว่า “ฐานค่าจ้างที่ใช้คำนวณ” คือค่าจ้างที่ถูกจำกัดให้อยู่ระหว่างขั้นต่ำและเพดานก่อนนำมาคูณ 5% ถ้าเงินเดือนอยู่ระหว่าง 1,650 บาท ถึง 17,500 บาท ฐานก็เท่ากับเงินเดือนจริง แต่ถ้าสูงกว่า 17,500 บาท ฐานจะถูกตรึงไว้ที่เพดาน เงินสมทบส่วนของลูกจ้างจึงไม่เพิ่มตามเงินเดือนอีก นอกจากส่วนที่ลูกจ้างจ่ายแล้ว นายจ้างยังสมทบ ในอัตราเท่ากันอีกส่วนหนึ่ง และภาครัฐร่วมสมทบเพิ่มด้วย ตัวเลขในคู่มือนี้คือเฉพาะส่วนที่หักจาก ลูกจ้าง

ยกตัวอย่างให้เห็นภาพ เงินเดือน 14,000 บาท ยังไม่ถึงเพดาน ฐานจึงเป็น 14,000 บาท คูณ 5% ได้ 700 บาท ต่อเดือน ส่วนเงินเดือน 30,000 บาท เกินเพดาน ฐานถูกตรึงที่ 17,500 บาท จึงหัก 875 บาท เท่ากับคนที่ เงินเดือน 17,500 บาท พอดี นี่คือเหตุผลที่คนเงินเดือนสูงกว่าเพดานทุกคนหักเท่ากัน

ตารางหักประกันสังคมตามเงินเดือน (ปี 2569)

ตารางนี้คำนวณจากอัตรา 5% และเพดานฐานค่าจ้าง 17,500 บาท ต่อเดือน แถวที่เงินเดือนถึงเพดานขึ้นไป (ตั้งแต่ 17,500 บาท) จะจ่ายเท่ากันที่ 875 บาท

เงินเดือนฐานค่าจ้างที่ใช้คำนวณหักประกันสังคม/เดือนหัก/ปี
฿10,000฿10,000฿500฿6,000
฿12,000฿12,000฿600฿7,200
฿14,000฿14,000฿700฿8,400
฿15,000฿15,000฿750฿9,000
฿17,500฿17,500฿875 *฿10,500
฿20,000฿17,500฿875 *฿10,500
฿25,000฿17,500฿875 *฿10,500
฿30,000฿17,500฿875 *฿10,500
฿50,000฿17,500฿875 *฿10,500

* ตั้งแต่เงินเดือน 17,500 บาท ขึ้นไป ฐานค่าจ้างถูกตรึงที่เพดาน จ่ายเท่ากันที่ 875 บาท/เดือน ดูตัวเลขของคุณแบบเต็ม ๆ ได้ที่คำนวณเงินเดือนสุทธิ

เงินสมทบก้อนนี้ไม่ได้หายไปไหน แต่เป็นการสะสมสิทธิประโยชน์หลายอย่าง เช่น กรณีเจ็บป่วย คลอดบุตร ทุพพลภาพ ว่างงาน และบำนาญชราภาพ ยิ่งฐานค่าจ้างและระยะเวลาส่งเงินสมทบสูงและนานขึ้น สิทธิบางอย่างโดยเฉพาะบำนาญชราภาพก็จะคำนวณได้มากขึ้นตามไปด้วย การหักเพิ่มขึ้นเล็กน้อยจึงมาพร้อม สิทธิที่มากขึ้นในระยะยาว

อยากตรวจสอบยอดหักของตัวเอง ดูได้จากสลิปเงินเดือนในช่องประกันสังคม หรือแอปพลิเคชันและเว็บไซต์ ของสำนักงานประกันสังคม ถ้าตัวเลขในสลิปตรงกับตารางด้านบนตามช่วงเงินเดือนของคุณ ก็แสดงว่าถูกต้อง

ปี 2569 เปลี่ยนอะไร ทำไมถึงหักมากขึ้น

จุดเปลี่ยนคือเพดานฐานค่าจ้างที่ใช้คำนวณเงินสมทบ ซึ่งตรึงไว้ที่ 15,000 บาท มานาน ได้ปรับขึ้นเป็น 17,500 บาท ตั้งแต่ 1 มกราคม 2569 ผลคือผู้ที่เงินเดือนถึงเพดาน จ่ายสมทบสูงสุดเพิ่มจาก 750 บาท เป็น 875 บาท ต่อเดือน หรือเพิ่มขึ้น 125 บาท ต่อเดือน

เพดาน 15,000 บาท ถูกใช้มานานหลายปีโดยไม่ปรับตามค่าครองชีพและค่าจ้างที่ เปลี่ยนไป การขยับเพดานครั้งนี้จึงเป็นการปรับให้สอดคล้องกับสภาพเศรษฐกิจปัจจุบันมากขึ้น และทำให้ ฐานที่ใช้คำนวณสิทธิประโยชน์ในอนาคตสูงขึ้นตามไปด้วย

การปรับเป็นแบบทยอยขึ้นเป็นช่วง ๆ โดยตามแผนที่ประกาศไว้ เพดานจะขยับต่อไปดังนี้

  • ปี 2569–2571 — เพดาน 17,500 บาท → สมทบสูงสุด 875 บาท/เดือน
  • ปี 2572–2574 — เพดาน 20,000 บาท → สมทบสูงสุด 1,000 บาท/เดือน
  • ปี 2575 เป็นต้นไป — เพดาน 23,000 บาท → สมทบสูงสุด 1,150 บาท/เดือน

แม้เงินสมทบต่อเดือนจะเพิ่มขึ้นเล็กน้อย แต่ก็หมายถึงสิทธิประโยชน์ในอนาคต เช่น เงินบำนาญ ชราภาพ ที่คำนวณจากฐานค่าจ้างที่สูงขึ้นด้วย

ค่าจ้างขั้นต่ำที่ใช้คำนวณ

นอกจากเพดานด้านบนแล้ว ยังมีฐานค่าจ้างขั้นต่ำที่ 1,650 บาท ต่อเดือน ผู้ที่มีค่าจ้างต่ำกว่านี้จะคิดเงินสมทบจากฐานขั้นต่ำนี้ คือ 1,650 บาท × 5% = 82.50 บาท ปัดขึ้นเป็น 83 บาท

เงินสมทบประกันสังคมคิดเป็นจำนวนเต็มบาท โดยปัดเศษแบบครึ่งขึ้น คือเศษตั้งแต่ 0.50 บาทปัดขึ้น น้อยกว่านั้นปัดลง (ผู้มีเงินเดือนตั้งแต่หลักหมื่นขึ้นไปไม่ได้รับผลจากฐานขั้นต่ำนี้)

ม.33 · ม.39 · ม.40 ต่างกันตรงไหน

มาตรา 33 คือลูกจ้างในระบบที่มีนายจ้าง หักเงินสมทบ 5% ของค่าจ้าง สูงสุด 875 บาท ต่อเดือนในปี 2569 (คู่มือนี้พูดถึงกลุ่มนี้) โดยนายจ้างสมทบอีกส่วนหนึ่งในอัตราเท่ากัน และภาครัฐร่วมสมทบเพิ่ม เงินสมทบส่วนของลูกจ้างจะถูกหัก จากเงินเดือนโดยอัตโนมัติทุกเดือน

มาตรา 39 คือผู้ที่เคยเป็น ม.33 แล้วออกจากงานแต่สมัครใจส่งเงินสมทบต่อ เงินสมทบเป็นจำนวนคงที่ 432 บาท ต่อเดือน ซึ่งผู้ประกันตนจ่ายเองทั้งหมดโดยไม่มีส่วนของนายจ้าง จำนวนนี้คือ 9% ของฐานค่าจ้างสมมติที่ 4,800 บาท ไม่ใช่เปอร์เซ็นต์ของรายได้จริง ที่สำคัญ คือ การปรับเพดาน ม.33 เป็น 17,500 บาท ในปี 2569 ไม่ได้ทำให้ยอดของ ม.39 เปลี่ยน เพราะ ม.39 คิดจากฐานสมมติคนละตัวกัน

มาตรา 40 คือผู้ประกอบอาชีพอิสระหรือแรงงานนอกระบบ เข้าร่วมแบบสมัครใจ มี 3 ทางเลือก คือ 70 บาท / 100 บาท / 300 บาท ต่อเดือน โดยทางเลือกที่จ่ายมากขึ้นจะมีความคุ้มครองกว้างขึ้นตามลำดับ

คำถามที่พบบ่อย

เงินเดือน 14,000 หักประกันสังคมเท่าไหร่

เงินเดือน 14,000 บาท ยังไม่ถึงเพดาน 17,500 บาท จึงคิด 5% ของค่าจ้างเต็มจำนวน = 700 บาท ต่อเดือน หรือ 8,400 บาท ต่อปี

เงินเดือน 30,000 หักประกันสังคมเท่าไหร่

เงินเดือน 30,000 บาท เกินเพดานฐานค่าจ้าง 17,500 บาท ฐานที่ใช้คำนวณจึงตรึงที่เพดาน ทำให้หักสูงสุด 875 บาท ต่อเดือน (10,500 บาท ต่อปี) เท่ากับทุกคนที่เงินเดือนถึงเพดาน

ทำไมปีนี้หักเยอะกว่าเดิม

เพราะตั้งแต่ 1 มกราคม 2569 เพดานฐานค่าจ้างขยับจาก 15,000 บาท เป็น 17,500 บาท คนที่เงินเดือนถึงเพดานจึงหักสูงสุดเพิ่มจาก 750 บาท เป็น 875 บาท ต่อเดือน หรือเพิ่มขึ้น 125 บาท ต่อเดือน

หักเกิน 875 บาทได้ไหม

สำหรับผู้ประกันตน ม.33 ในปี 2569 ไม่ได้ เพราะฐานค่าจ้างถูกตรึงไว้ที่เพดาน 17,500 บาท เงินสมทบส่วนของลูกจ้างจึงสูงสุดที่ 875 บาท ต่อเดือน แม้เงินเดือนจะสูงกว่านั้นมากก็ตาม

ประกันสังคมหักมีเศษสตางค์ไหม

ไม่มี เงินสมทบคิดเป็นจำนวนเต็มบาท โดยปัดเศษแบบครึ่งขึ้น คือเศษตั้งแต่ 0.50 บาทปัดขึ้น น้อยกว่านั้นปัดลง เช่น ฐานขั้นต่ำ 1,650 บาท คิด 5% ได้ 82.50 บาท ปัดขึ้นเป็น 83 บาท ยอดที่หักในสลิปจึงเป็นจำนวนเต็มบาทเสมอ

ม.39 ต้องจ่ายเพิ่มไหมหลังปรับเพดาน 2569

ไม่ต้อง การปรับเพดานปี 2569 เป็นของผู้ประกันตน ม.33 (ลูกจ้าง) ส่วน ม.39 จ่ายคงที่ 432 บาท ต่อเดือน ซึ่งคิดจากฐานค่าจ้างสมมติ 4,800 บาท คนละตัวกับเพดาน ม.33 จึงไม่เปลี่ยนตาม

ประกันสังคมลดหย่อนภาษีได้เท่าไหร่

เงินสมทบประกันสังคมที่จ่ายจริงนำมาลดหย่อนภาษีได้ทั้งจำนวน ปี 2569 สูงสุด 10,500 บาท ต่อปี ลองใส่ตัวเลขของคุณในเครื่องคำนวณภาษีเพื่อดูผลได้ คำนวณภาษีเงินได้